วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

น้ำตกแม่สา


คนชอบถ่ายรูป


ที่มาของชื่อ สันนิษฐานว่าเป็นแหล่งน้ำที่สาวๆชอบมาเล่นน้ำกัน เลยเรียกลำน้ำแม่สาว  ต่อมาเพี้ยนเป็นแม่สา อยู่ในเขตอำเภอแม่ริม ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปถึงน้ำตกประมาณ 20 ก.ม. ถ้าไม่มีรถไปเองก็สามารถไปเที่ยวได้สะดวก โดยนั่งรถสองแถวเล็กสีเหลือง(ป้ายแม่ริม)หรือรถสีขาว(ป้ายแม่แตง)ที่กาดหลวงรถจะผ่านหน้าอำเภอแม่ริมเลยหน้าอำเภอประมาณ 100 เมตร ให้ลงรถที่นี่จะมีถนนแยกเข้าไปยังน้ำตก จ้างรถพ่วงข้างที่จอดรอผู้โดยสารบริเวณนี้  ราคาแล้วแต่จะตกลงกัน ส่วนค่าเข้าชมก็คนละ 20 บาท

แวะซื้อ กล้วยทอด มันทอดข้างทาง
ตัวน้ำตกมีความสูง 10 ชั้น แต่ละชั้นห่างกันไม่มากใช้เวลาในการเดินชมธรรมชาติขึ้นไปถีงสุดทางเดินชั้น 10 และลงมาถึงที่จอดรถประมาณ 1 ช.ม. เพราะทางเดินเดินได้ง่าย  มีการทำทางเดินเป็นขั้นบันได  บางช่วงก็ทำเป็นระเบียงไม้กว้างยื่นออกไปเพื่อให้เห็นน้ำตกได้ชัดเจน  ใกล้ที่น้ำตกไหลผ่านจะมีแนวโขดหินเป็นแผ่นเรียบค่อนข้างกว้างสามารถพาครอบครัวไปปิ๊คนิคนั่งทานอาหารได้สะดวก  แอ่งน้ำที่น้ำตกไหลผ่านค่อนข้างตื้นเด็กเล็กก็สามารถลงเล่นน้ำได้ค่ะ

ระเบียงไม้


ทางเดินเป็นขั้นบันได


น้ำจะขุ่นตอนหน้าฝน

ไหลลดหลั่นเป็นชั้นลงมา


แอ่งน้ำตื้นๆ


แนวแผ่นหินเรียบกว้าง


ดอกไม้ป่าเกาะเต็มต้นไม้ใหญ่


วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เดินเที่ยวในเมืองเชียงใหม่

ที่กาดหลวงมีของขายมากมายและผู้คนก็มากเหมือนเดิม  ไม่ว่าจะมากี่ครั้งตลาดวโรรสก็เป็นแหล่งสำหรับนักท่องเที่ยวแวะซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับไปเสมอ  วันนี้เป็นวันอาทิตย์ตอนบ่ายมากแล้วนึกอยากจะเดินดูอะไรไปเรื่อยๆไม่รีบร้อน  โดยตั้งต้นจากตลาดวโรรสนี่แหละเดินวนไปทางขวาผ่านร้านค้าต่างๆไปจนถึงแยกไฟแดงก็จะเป็นถนนท่าแพ


ถนนท่าแพ
  ให้เลี้ยวขวาเดินตรงไปมองฝั่งตรงข้ามจะเห็นเป็นร้านค้าตึกแถวสักพักจะเห็นวัดบุพพารามจึงข้ามถนนเข้าไปไหว้พระจะได้เป็นสิริมงคล ที่หอมณเฑียรธรรมมีพระประธานคือพระพุทธบุพพาภิมงคลภ.ป.ร.  ด้านขวามือของพระประธานเป็นชุดหมู่บูชาพระแก้วมรกต  ส่วนด้านซ้ายมือมีพระพุทธนเรศร์สักชัยไพรีพินาศองค์สีขาว เป็นพระพุทธรูปไม้สักหน้าตักกว้าง 1 วาเศษ สมเด็จพระนเรศวรทรงให้สร้างขึ้นเมื่อนับถึงปีพ.ศ. 2553 นี้ก็ได้ 405 ปีแล้ว ใกล้ๆหอมณเฑียรธรรมมีพระวิหารโบราณหลังเล็กอายุกว่า 300ปีพระประธานคือพระพุทธไชยลาภประสิทธิโชคก่อด้วยอิฐถือปูนหน้าตักกว้าง7ศอกสูง9ศอก


วัดบุพพาราม


บันไดขึ้นชั้นบนหอมณเฑียรธรรม

พระพุทธบุพพาภิมงคลภ.ป.ร.

พระแก้วมรกต


พระพุทธนเรศร์สักชัยไพรีพินาศ

พระวิหารหลังเล็ก

ลวดลายแกะสลักที่ประตูโบสถ์
ด้านข้างพระวิหารมีโบสถ์ซึ่งขณะนั้นปิดอยู่จึงเห็นที่ประตูและหน้าต่างเป็นลวดลายแกะสลักงดงามมาก เมื่อออกมานอกวัดหันหน้าไปด้านซ้ายเดินตรงไปสักครู่จะเห็นลานท่าแพมีของวางขายมากมาย  ตรงประตูท่าแพข้ามถนนไปยังอีกฝั้งก็เป็นถนนคนเดินมีของที่ทำด้วยมือเอง หรือสิ่งของที่คิดขึ้นเองนำมาขายและยังมีของให้เลือกซื้อมากมายราคาก็ไม่แพงมีเด็ก คนตาบอด ผู้เฒ่า เล่นดนตรีหารายได้


ลานท่าแพ



รับบริจาคเงินไปทำบุญให้วัดต่างๆ


ไทยและเทศก็ชอบช็อปเหมือนกัน
  ตอนนี้แดดร่มโพล้เพล้แล้วผู้คนก็มากขึ้นทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ อากาศก็กำลังสบาย สมควรแก่เวลาแล้วที่ต้องกลับเสียทีก่อนที่จะตกรถกลับแม่ริม ไม่อยากเหมารถกลับเพราะหลายสตางค์อยู่ค่ะ

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เดินขึ้นดอยสุเทพ

เดินขึ้นดอย


ขบวนแห่



เมืองเชียงใหม่ยามค่ำ


เมื่อยนั่งรอยืนเดินขึ้นบันได

จะเดินคืนก่อนวันวิสาขบูชา 1 วัน มีขบวนแห่จากวัดต่างๆ  บางสถาบันการศึกษาต้อนรับน้องใหม่โดยการให้เดินขึ้นดอยประกอบการทำกิจกรรม  มีประชาชนทุกวัยเดินขึ้นดอยเป็นจำนวนมากเหมือนกัน  บางครอบครัวก็เข็นรถลูกน้อยไปด้วย  บ้างก็อุ้มบ้างก็จูงตามอัธยาศัย  เหนื่อยนักก็หยุดพักข้างทาง  หายเหนื่อยก็เดินต่อ  ระหว่างทางมีการแจกน้ำฟรีเป็นระยะ  มีเต๊นท์ที่มีพระพุทธรูปให้ผู้คนกราบไหว้  มีพระสงฆ์ปะพรมน้ำพระพุทธมนต์  ผูกข้อมือด้วยสายสิญจน์  ขณะที่เดินขี้นดอยบางช่วงเราสามารถมองเห็นตัวเมืองเชียงใหม่ได้เป็นบริเวณกว้างซึ่งเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ  เมื่อขึ้นไปถึงบริเวณวัดพระธาตุดอยสุเทพจะเห็นคนแน่นมากโดยเฉพาะตรงขั้นบันไดทางขึ้น แต่ทุกคนก็สงบไม่มีใครแย่งแซงกันขึ้นไปจนเกิดความวุ่นวาย  หลังจากเวียนเทียนรอบเจดีย์ที่บรรจุพระธาตุ กราบไหว้พระแล้วก็ลงจากดอยตอนรุ่งเช้าพอดี                                                                          



เวียนเทียน









เดินลง




แม้จะมีการรณรงค์ห้ามดื่มเหล้า ห้ามสูบบุหรี่
แต่ก็ยังมีให้เห็นมากอยู่ซ้ำร้ายร้านขายของข้างทางก็ยังขายอีกด้วย  นักศึกษาหลายกลุ่มพยายามให้ทิ้งขยะให้เป็นที่แต่ก็ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึงเพราะยังมีหลายแห่งขยะกองสุมเกลื่อนกลาดออกมาถึงทางเดิน  ดูสกปรกเปรอะเปื้อนไปหมด ควรแก้ไขอย่างไรกันนะช่วยกันคิดหน่อยค่ะ   




























วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554

ณ. เขาอีโต้

ว้นที่ 2 ธ.ค. 53 มีพิธีวางศิลาฤกษ์ในโครงการพุทธอุทยานเฉลิมพระเกียรติ ณ. เขาอีโต้ จ. ปราจีณบุรี  ผู้ร่วมเดินทางไปร่วมงานในพิธีล้วนแต่งชุดขาวทั้งสิ้น  ระยะทางจากที่รถบัสจอดไปยังบริเวณพิธีประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งพวกเราก็จำเป็นต้องเดินตามกันขึ้นเขาไป เนื่องจากมีคนหลายพันคน รถตู้และรถกระบะที่วนมารับมีน้อย  แต่ในที่สุดก็ไปทันเวลาก่อนที่พิธีจะเริ่ม มีทั้งพิธีพุทธและพราหมณ์ หลังเสร็จพิธีมีการแจกน้ำพุทธมนต์ด้วย

บริเวณพิธี



เดินตามกันขึ้นเขา

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554

เยีอนวัดป่าฯ


เมิ่อวันที่ 12 ก.พ. 54 ได้ไปวัดป่าบ้านตาด ถึงวัดประมาณตี 4  การเดินจากที่จอดรถไปยังบริเวณศาลาที่ตั้งสรีระสังขารของหลวงตามหาบัวจะผ่านโรงทานจำนวนมากและผู้ที่มาในวันนั้นก็มีจำนวนมากพอสมควร ตอนเช้าได้มีโอกาสใส่บาตรด้วย  อาหารเช้าก็หาทานตามโรงทานซึ่งมีมากกว่า 1,000โรง  เมื่อกราบสรีระสังขารของหลวงตาแล้ว  ได้ไปที่วัดป่านาคูณกราบหลวงปู่บุญมี ปริปุนฺโน ท่านได้ให้พรแจกพระวัตถุและรูป1ภาพ  ออกจากวัดแวะกลางทางกินข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ซื่งไม่อร่อยเลย  จากนั้นไปวัดป่าภูทอง อำเภอบ้านผือกราบหลวงพ่อคูณ สุเมโธ ได้รับรูปพร้อมลายเซ็นต์ด้วย  บ่าย 3 โมงกลับไปที่วัดป่าบ้านตาดอีกครั้ง รอรับเสด็จฟ้าหญิงเล็ก ซึ่งเสด็จ ตอน 1 ทุ่ม 
เช้าวันใหม่เดินทางกลับกรุงเทพฯ มีฝนตกตั้งแต่ออกจากโรงแรม  ท้องฟ้าปิดไม่มีแดดเลย  เริ่มมีแดดตอนถึงขอนแก่น เข้าบ้านไผ่ซื้อกุนเชียงแวะร้านเจ้าสัวซื้อของฝากและทานอาหารกลางวัน    บ่าย 2 โมงเศษ ไปสำนักสงฆ์สิริธโรภาวนา สระบุรี ได้กราบพระครูอุทัย  ได้กินก๋วยเตี๋ยวน้ำใสแสนอร่อย ได้ข้าวต้มมัดกลับบ้านอีก 1 ถุง ได้เหรียญห้อยคอ 1 องค์ กลับถึงบ้าน 20.00 น.เศษ

บริเวณพระราชทานเพลิง





คนที่มาร่วมงาน

วันที่ 5 มี.ค.มีโอกาสได้มาร่วมงานที่วัดป่าบ้านตาดอีกครั้งหนึ่ง  ได้รับแจกภาพของหลวงตาม หาบัวและหนังสือเกี่ยวกับคำสอนของเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายรูป  ได้เห็นน้ำใจงามของผู้คนที่มาร่วมงาน  มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นภาพแห่งความประทับใจมิรู้ลืม


โคมลอยคีนวันที่ 5 มี.ค.


 วันที่ 6 มี.ค.ตอนเช้าไปใส่บาตรที่วัดป่าบ้านตาดแล้วเข้าไปในบริเวณที่ทำพิธีเมื่อวาน  คนเป็นจำนวนมากนั่งก้มยืนเก็บพระธาตุกันอยู่(พระธาตุคือผงเถ้าที่ตอนดึกมีการเผาจริงแล้วปะทุพุ่งออกมากระจายอยู่รอบๆบริเวณพิธีเห็นเป็นประกายสีเงินคล้ายกากเพชร)  ออกจากวัดป่าบ้านตาดสายมากแล้วแวะเข้าไปเอากระเป๋าที่โรงแรมแล้วเลยไปหนองคายแวะที่วัดโพธิชัยกราบหลวงพ่อใส   แล้วเดินเที่ยวที่ท่าเสด็จ  กลับกรุงเทพฯถึงบ้านเกือบตี 2 สวัสดีค่ะ

วัดโพธิชัย

ไม่ต้อองบอกก็รู้ว่าที่ไหน




วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554

วัดเฉลิมฯ-อุทยานเฉลิมฯ


นกยูงสีน้ำเงิน
 นั่งเรือข้ามฟากที่ท่าน้ำนนฯมาฝั่งท่าน้ำบางศรีเมืองจ่ายค่าเรือ 3 บาท ต่อรถตุ๊กตุ๊ก 15 บาทก็ถึงที่หมายเลยค่ะ
วัดเฉลิมพระเกียรติ์วรวิหาร เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร, 3 )สร้างถวายเป็นพระมหากุศลแด่สมเด็จพระบรมราชชนนี(สมเด็จพระศรีสุลาลัยซึ่งเป็นธิดาเจ้าเมืองนนทบุรี)เป็นพระอารามที่สง่างามสงบร่มรื่นร่มเย็นมากติดแม่น้ำเจ้าพระยาที่ริมแม่น้ำมีคนมาให้อาหารปลาและนกพิราบที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก  ในบริเวณใกล้กันมีพระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 3 ตั้งตระหง่านหันหน้าสู่แม่น้ำ  ในวันที่ไปนั้นเมื่อเดินเข้าไปในวัดได้เห็นนกยูงสีน้ำเงินตัวหนึ่งเดินอยู่บนโขดหินสูงใกล้กำแพงหันหน้าไปมาอย่างสงบไม่ตื่นกลัวคนแปลกหน้าเลย จืงได้ถ่ายรูปไว้

วิมานสราญนวมินทร์
 อุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก พุทธศักราช 2539 อยู่ติดกับวัดเฉลิมฯ ใกล้กับราชานุสาวรีย์ร.3 จะมองเห็นทางเข้าอุทยานฯทางเดินผ่านนี้ชื่อประตูอำพนไพสาณฑ์  มีเนื้อที่ 98 ไร่เศษ  กรมธนารักษ์ร่วมกับกระทรวงการคลังและวัดเฉลิมพระเกียรติ์ฯเป็นผู้สร้างขึ้น  เพื่อเฉลิมพระเกียรติ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี  ใช้เป็นสถานที่ต้อนรับแขกเมือง ประชาชนสามารถเข้าไปพักผ่อนและออกกำลังกายได้  นอกจากมีสวนสวยงามแล้วยังมีสิ่งก่อสร้างที่สวยงามอีกเช่น  วิมานสราญนวมินทร์  ศาลาจตุรมุข และบ้านเรือนไทย เป็นต้น

ศาลาจตุรมุข

ดอกบัวในอุทยาน

ภายในอุทยาน

แม่น้ำเจ้าพระยาหน้าอุทยาน